จัดฟัน ภูเก็ต บริการทันตกรรมจัดฟัน SDDC

ทันตกรรมจัดฟัน (Orthodontics)

ทันตกรรมจัดฟันเป็นการรักษาที่ช่วยแก้ไขปัญหาฟันเรียงตัวไม่สวย ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น หรือการสบฟันที่ผิดปกติ เพื่อให้ฟันเรียงตัวอย่างเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว และช่วยส่งเสริมสุขภาพช่องปากในระยะยาว การจัดฟันยังช่วยให้ทำความสะอาดฟันได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงของฟันผุและโรคเหงือก ที่ SDDC Phuket การรักษาดำเนินการโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมจัดฟัน พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการตรวจวินิจฉัย วางแผน และติดตามผลการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแผนการรักษาที่เหมาะสมกับโครงสร้างฟันและใบหน้าของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันด้วยเครื่องมือโลหะ เครื่องมือสีเหมือนฟัน หรือเครื่องมือจัดฟันแบบใส

การจัดฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้การปรับตำแหน่งของฟันและกระดูกขากรรไกรในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อปรับปรุงการทำงานของฟัน การบดเคี้ยวและขากรรไกร รวมถึงเสริมสร้างความสวยงามให้กับรอยยิ้ม การจัดฟันมีหลายประเภทที่เหมาะสมกับความต้องการและปัญหาของผู้ป่วยที่แตกต่างกันไป

จัดฟันโลหะ (Metal Braces)

การจัดฟันโลหะเป็นวิธีการจัดฟันที่ใช้เครื่องมือที่ทำจากโลหะ เช่น ลวดโลหะ แบร็กเก็ต และใช้ยางยึดเพื่อทำการเคลื่อนฟันให้ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม โดยมีการใช้โดยทันตแพทย์จัดฟันมาอย่างยาวนานในกรณีผู้ป่วยหลากหลายชนิดตั้งแต่ชนิดทั่วไปจนถึงความผิดปกติที่ยุ่งยากซับซ้อน

ข้อดี
1. มีการใช้มาอย่างยาวนาตั้งแต่เคสปกติจนถึงผู้ป่วยทีมีปัญหาฟันหรือขากรรไกรที่ยุ่งยากซับซ้อน
2. ประสิทธิภาพในการปรับตำแหน่งฟันมีการศึกษาวิจัยเป็นวงกว้าง
3. ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวิธีการจัดฟันประเภทอื่น

ข้อเสีย
1. การทำความสะอาดหรือการบำรุงรักษาค่อนข้างยาก
2. อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนกรณีผู้ป่วยสุขภาพช่องปากไม่ดี เช่น ภาวะฟันผุ เหงือกอักเสบ เป็นต้น
3. ไม่เหมาะสมกับเคสผู้ป่วยที่ต้องการความสวยงามสูงระหว่างการจัดฟัน

จัดฟันแบบเดม่อน (Damon Braces)

การจัดฟันเดม่อนเป็นเทคนิคการจัดฟันที่ใช้แบร็กเก็ตสามารถรัดลวดได้ด้วยตัวเอง (Self ligating braces) โดยไม่ต้องใช้ยางในการรัดลวดเข้ากับแบร็กเก็ต มีข้อดีก็คือ ทำให้ระยะเวลาในการทำงานของทันตแพทย์ (clinical chair time) ในแต่ละครั้งลดลง เนื่องจากสามารถลดเวลาที่ทันตแพทย์จะต้องใช้ในการเปลี่ยนยางจัดฟันในแต่ละครั้ง มีการกล่าวว่า การใช้ self-ligating brackets จะทำให้เกิดความเจ็บปวดน้อยกว่า ทำให้ระยะการรักษาน้อยกว่า หรือทำให้การจัดฟันเสร็จเร็วกว่า แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัด

ข้อดี

ลดระยะเวลาในการทำงานของทันตแพทย์ (clinical chair time) ในแต่ละครั้ง
ความสะดวกในการดูแลรักษาเครื่องมือ
บางเคสศึกษาพบว่าลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการจัดฟันได้เล็กน้อย

ข้อเสีย

ราคาค่อนข้างสูงกว่าการจัดฟันโลหะทั่วไป
อาจยังไม่เหมาะสมกับเคสที่มีความผิดปกติที่ยุ่งยากซับซ้อน

จัดฟันใส (Clear Aligners)

จัดฟันใสเป็นระบบจัดฟันที่ใช้เครื่องมือจัดฟันที่ทำจากวัสดุใสซึ่งไม่เห็นได้ชัดเจนจากภายนอก โดยสามารถถอดออกและทำความสะอาดได้สะดวก ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ/บริษัทผู้ผลิต เช่น Invisalign, Smartee, Spark, Clear Correct เป็นต้น

ข้อดี
ไม่เห็นเครื่องมือ: ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการมองเห็นเครื่องมือจัดฟัน
ถอดออกทำความสะอาดได้ง่าย: สามารถถอดเครื่องมือจัดฟันเพื่อทำความสะอาดฟันและเครื่องมือได้สะดวก
สะดวกสบาย: ผู้ป่วยไม่ต้องทนกับความไม่สะดวกจากเครื่องมือที่ขัดขวางการพูดหรือการเคี้ยวอาหาร
ลดการระคายเคือง: ไม่มีโลหะหรือส่วนที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเหงือกและกระพุ้งแก้ม
มีแผนการรักษาด้วยระบบ 3 มิติ: การจัดฟันในระบบ 3 มิติ ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ และมีการตรวจสอบการเคลื่อนที่ของฟันตั้งแต่เริ่มต้น

ข้อเสีย
ไม่เหมาะกับเคสผู้ป่วยที่มีความยุ่งยากซับซ้อนสูง เช่น ฟันหมุนอย่างมาก ฟันหายหลายซี่ เป็นต้น
ไม่เหมาะกับเคสผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือในการใส่เครื่องมือได้
ไม่เหมาะกับเคสผู้ป่วยที่แพ้เรซินหรือพลาสติก
ปัจจุบันยังมีราคาสูงเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบโลหะ

ดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

WHY CHOOSE US

ทำไมต้องเลือก ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต

1. ดูแลโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านจัดฟัน

การรักษาทุกขั้นตอนดำเนินการโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมจัดฟัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมทั้งด้านสุขภาพและความสวยงาม

2. วางแผนการรักษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ใช้ Digital X-ray, Intraoral Scanner และเครื่องมือดิจิทัลเพื่อช่วยวิเคราะห์ตำแหน่งฟันและการสบฟันอย่างแม่นยำ

3. แผนการรักษาเฉพาะบุคคล

ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับปัญหาฟัน อายุ และเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละราย

4. ทางเลือกการจัดฟันที่หลากหลาย

มีทางเลือกในการรักษา เช่น เครื่องมือโลหะ เครื่องมือสีเหมือนฟัน และเครื่องมือจัดฟันแบบใส ตามความเหมาะสมของผู้ป่วย

5. ดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดการรักษา

ติดตามผลและปรับแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ฟันเคลื่อนตัวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

6. มาตรฐานการรักษาจากมหาวิทยาลัย

มั่นใจในคุณภาพการรักษาภายใต้มาตรฐานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมทีมทันตแพทย์หลายสาขาที่สามารถให้การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพเมื่อจำเป็น
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

  • 1. การจัดฟันช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

    การจัดฟันช่วยแก้ไขฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันสบผิดปกติ และช่วยให้การบดเคี้ยวและการทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • 2. ควรเริ่มจัดฟันเมื่ออายุเท่าไร?

    สามารถเริ่มประเมินการจัดฟันได้ตั้งแต่วัยเด็ก และผู้ใหญ่ก็สามารถจัดฟันได้เช่นกัน หากสุขภาพช่องปากเหมาะสม

  • 3. การจัดฟันใช้เวลานานเท่าไร?

    โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 18–30 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย

  • 4. การจัดฟันเจ็บหรือไม่?

    หลังติดเครื่องมือหรือปรับเครื่องมือ อาจรู้สึกตึงหรือไม่สบายเล็กน้อยในช่วง 2–3 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติ

  • 5. มีทางเลือกในการจัดฟันแบบใสบ้างหรือไม่?

    มี ในบางกรณีทันตแพทย์อาจแนะนำเครื่องมือจัดฟันแบบใส หากเหมาะสมกับลักษณะปัญหาของผู้ป่วย

  • 6. ต้องมาพบทันตแพทย์บ่อยแค่ไหน?

    โดยทั่วไปควรเข้ารับการปรับเครื่องมือทุก 4–8 สัปดาห์ ตามแผนการรักษาของทันตแพทย์

  • 7. ผู้ใหญ่สามารถจัดฟันได้หรือไม่?

    ได้ การจัดฟันสามารถทำได้ทุกวัย หากฟันและเหงือกมีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการประเมินโดยทันตแพทย์

  • 8. หลังจัดฟันเสร็จต้องใส่รีเทนเนอร์หรือไม่?

    จำเป็น เพื่อช่วยรักษาตำแหน่งฟันและลดโอกาสที่ฟันจะเคลื่อนกลับหลังการรักษา