เทคโนโลยีและนวัตกรรม ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งบนรถเข็น ไม่ต้องเคลื่อนย้าย
ลดความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกอย่างมีประสิทธิภาพ
เก้าอี้ทันตกรรมสำหรับผ้สูงอายุและผู้พิการ
สำหรับผู้รับบริการทุกกลุ่ม
สามารถปรับระดับให้ผู้รับบริการที่นั่งรถเข็น
ถ่ายภาพรังสีโดยไม่ต้องเคลื่อนย้าย
เครื่องถ่ายภาพรังสี สามมิติ
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางทันตกรรมได้พัฒนาไปมาก
หนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้นคือ
การใช้กล้องจุลทรรศน์ทางทันตกรรม (Dental Operating Microscope)
โดยเฉพาะในการรักษารากฟัน ซึ่งถือเป็นการรักษาที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง
กล้องจุลทรรศน์ทางทันตกรรม (Dental Operating Microscope)
ทันสมัย ปลอดภัย ครอบคลุม

ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ร่วมมือกับ T Dental Lab

อุปกรณ์ทันตกรรมดิจิทัล ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต

ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ร่วมมือกับ T Dental Lab เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการให้บริการทางทันตกรรมด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้อย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการวางแผนการรักษาไปจนถึงขั้นตอนการดูแลหลังการรักษา โดยเทคโนโลยีที่นำมาใช้ครอบคลุมถึงการฝังรากฟันเทียมด้วยระบบนำร่องดิจิทัล การจัดฟันใส (Clear Aligner) การออกแบบรอยยิ้ม (Smile Design) ตลอดจนการทำวีเนียร์และครอบฟันด้วยระบบ CAD/CAM เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูงสุด และตรงตามความต้องการของผู้รับบริการแต่ละราย

การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการรักษาช่วยให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ลดระยะเวลาในการรักษา ลดความไม่สบายตัวจากกระบวนการแบบเดิม และเสริมสร้างความมั่นใจด้วยการเห็นภาพจำลองผลลัพธ์การรักษาได้ล่วงหน้าก่อนตัดสินใจ นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลยังช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจแนวทางการรักษาอย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงการติดตามผลลัพธ์ในระยะยาว

ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมทันตแพทย์และการใช้เทคโนโลยีทันสมัย ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต มุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์การรักษาทางทันตกรรมที่ปลอดภัย สะดวกสบาย รวดเร็ว และได้มาตรฐานในระดับสากล เพื่อรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงของผู้รับบริการทุกท่าน

นวัตกรรมทันตกรรมดิจิทัล ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต

กล้องจุลทรรศน์ทางทันตกรรม (Dental Operating Microscope)
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางทันตกรรมได้พัฒนาไปมาก หนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้นคือ การใช้กล้องจุลทรรศน์ทางทันตกรรม (Dental Operating Microscope) โดยเฉพาะในการรักษารากฟัน ซึ่งถือเป็นการรักษาที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง การรักษาภายใต้กล้องชนิดนี้ให้ประโยชน์มากมายต่อทั้งทันตแพทย์และผู้รับบริการ ดังนี้
1. มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น
ภายในฟันของเรามีโพรงประสาทและคลองรากฟันที่แคบและซับซ้อน การใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยขยายภาพให้ทันตแพทย์มองเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ตาเปล่าอาจมองไม่เห็น เช่น คลองรากฟันที่เล็กมากๆหรือตีบตัน เศษสิ่งสกปรกต่างๆ หรือ รอยร้าวเล็กๆ บนฟัน ทำให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
2. ทำความสะอาดคลองรากฟันได้ทั่วถึง
ความสำเร็จของการรักษารากฟันขึ้นอยู่กับการขจัดเชื้อโรคและเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกให้หมด กล้องจุลทรรศน์ช่วยให้ทันตแพทย์ตรวจสอบได้ว่าทำความสะอาดได้ครบถ้วนหรือยัง ลดโอกาสที่เชื้อโรคจะหลงเหลืออยู่ และช่วยป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำในอนาคต
3. รักษาเนื้อฟันไว้ได้มากขึ้น
ด้วยการมองเห็นที่ชัดเจน ทันตแพทย์สามารถเจาะเปิดโพรงฟันได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องกรอฟันเกินความจำเป็น ซึ่งช่วยให้ฟันแข็งแรงและอยู่ได้นานขึ้นหลังการรักษา
4. ตรวจพบปัญหาแทรกซ้อนได้อย่างรวดเร็ว
กล้องจุลทรรศน์ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถตรวจพบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งมักจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น รอยแตกของรากฟัน เครื่องมือที่หักค้างในคลองราก หรือรูทะลุที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษา ซึ่งหากตรวจพบได้เร็ว ก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ช่วยยืดอายุการใช้งานของฟันซี่นั้นได้
5. เพิ่มความมั่นใจและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
การรักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น ทำให้ลดอาการปวดหลังการรักษาและลดโอกาสที่จะต้องกลับมารักษาซ้ำ นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะได้รู้สึกอุ่นใจเมื่อรู้ว่าทันตแพทย์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลฟันของตนเอง
สรุป
การรักษารากฟันภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เป็นทางเลือกที่ทันสมัยและปลอดภัย ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้ได้นานที่สุด